นายแทม ดอทคอม
 
 วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 00:09 น.=

ตอนที่ 1 ถ่ายทอดประสบการณ์ใช้ iPad / iPhone จริง ด้วยแอพที่ใช้งานได้จริงๆ ทางธุรกิจ ชัวร์ 100% ไม่มั่วนิ่ม

อินเทอร์เนตและเทคโนโลยี ›› เทรนด์มือถือแทบเล็ต
ผู้เขียน :

คุยกับนายแทม


คำค้น :

ตอนที่ 1 ถ่ายทอดประสบการณ์ใช้ iPad / iPhone จริง ด้วยแอพที่ใช้งานได้จริงๆ ทางธุรกิจ ชัวร์ 100% ไม่มั่วนิ่ม

ผ่านการตรวจสอบจากประสบการณ์จริงที่ใช้งานอยู่ มั่นใจทำได้ชัวร์ 100%

ไม่ได้มาเขียนแบ่งปันกันมาข้ามปี วันนี้, ผมพอมีเวลาสักหน่อยก็เลยมาเขียนเล่า "ประสบการณ์จริง" เกี่ยวกับการใช้ iPad และ iPhone ให้เป็นประโยชน์  ผมใช้ประโยชน์อยู่สามด้านใหญ่ ๆ คือ ธุรกิจ (รับ-ส่งอีเมล์ และ งานเอกสาร) , สังคม (โซเชียลเน็ตเวิร์ค) , รูปภาพ (ทำพรีเซนท์เทชั่น)

ผมใช้ iPad 2 อัพเกรด Firmware เป็น iOS 5.0.1 แล้วนะครับ (ณ วันที่ 26 ก.พ. 2555) อย่างไรก็ตามเพื่อประโยชน์สูงสุด ผมต้องทำการ Jailbreak ก่อน ประเด็นที่หลายคนกังวลใจเกี่ยวกับการ Jailbreak คือ "๋JailbreaK แล้วเครื่องหมดประกันจริงหรือไม่ ?" ผมตอบด้วยประสบการณ์ของผมจากเหตุการณ์จริงที่เกิดกับเครื่อง iPod Gen 3 ที่ผม Jailbreak แล้ว (พ.ศ. 2552) ใช้งานได้ 8 เดือน เครื่องไม่ได้ตก ไม่ได้ทำอะไรนะครับ ใช้ iPod อยู่ดีดี ก็ดับสนิท เปิดไม่ขึ้นครับ , ผมก็ส่งเคลมไปทั้งเครื่องนั่นแหละครับ , ปรากฏว่า "ได้เครื่องใหม่ใน 1 สัปดาห์กลับมาทันทีครับ" และผมมารู้ทีหลังของสาเหตุที่ iPod ดับสนิท คือ เพราะผมไปทำการกดอัพเดท Firmware จาก Apple ซึ่งไม่เข้ากันกับเวอร์ชั่นของ Jailbreak ซึ่งเป็นกฏเหล็กของการ Jailbreak ครับ คือ ห้ามกด Update อัตโนมัติจาก Apple โดยเด็ดขาด

อันนี้ขนาดเปิดไม่ได้นะครับ ก็ได้เครื่องใหม่มาแทนเลย แต่ในกรณีที่ยังเปิดได้อยู่ แล้วต้องการส่งเคลมประกันกับ Apple ก็ง่ายมากครับ เอา iPad เสียบเข้ากับเครื่อง Mac หรือ Pc เปิดโปรแกรม iTunes แล้วก็กดปุ่ม Restore เครื่อง iPad / iPhone / iPod ของคุณก็จะกลับกลายเป็นเครื่องใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมาจากร้าน แล้วก็ส่งเคลมได้เลยครับ (ในระยะเวลาประกันของแต่ละคนนะครับ ถ้าเลยระยะประกันแล้วก็ซ่อมพร้อมกับควักเงินจ่ายอย่างเดียว)

โอเคครับ , ใครพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ iDevice จาก Apple ให้คุ้มค่าเพื่อช่วยทำมาหาเงินในสไตล์แบบนายแทม ก็ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลยนะครับ (ด้วยระยะเวลาจำกัด ผมจะแบ่งเป็นตอน ๆ นะครับ เขียนทีเดียวมะเร็งผมคงกำเริบก่อนแน่ ๆ)

ต้อง Jailbreak ก่อนจะเค้นเอาความสามารถของอุปกรณ์ iDevice ออกมาได้ครับ
การเจลเบรคจะเป็นการแก้ไข "ไฟล์ระบบ" ในอุปกรณ์ iDevice ของ Apple ให้สามารถ "ปรับแต่ง" ได้นอกเหนือจากที่ Apple เขาล๊อคไว้เท่านั้นเองครับ ไม่ได้ไปแก้ไขเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยใด ๆ รวมถึงการลดทอนประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์

 

1. ตรวจสอบอุปกรณ์และซอฟแวร์ของคุณก่อนนะ
- อุปกรณ์ที่ทำการ Jailbreak ได้ (ณ วันที่ 26 ก.พ. 2555) คือ iPhone 4S , iPad2 ทั้งแบบ Wifi และ 3G
- ทำการอัพเกรด Firmware จากอุปกรณ์ iDevice ของคุณเองให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด คือ iOS 5.0.1 เท่านั้น , หากตัวเลขไม่ใช่รุ่นนี้ แสดงว่า บทความนี้เก่าเกินไปแล้วครับ
- ทำการดาวโหลดโปรแกรม iTunes ติดตั้งบเครื่องของคุณรองรับทั้งระบบปฎิบัติการ Mac , Windows , Linux ครับ >> คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวโหลดโปรแกรม iTunes จาก Apple โดยตรง << ติดตั้งโปรแกรม iTunes ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

 

 

2. ทำการ Backup ข้อมูลในอุปกรณ์ iDevice ของคุณก่อนเสมอ
ย้ำว่า "ต้องทำการ Backup"
ก่อนนะครับ เพื่อจะเอาแอพ / รูปภาพ / รายชื่อผู้ติดต่อ ที่คุณเคยมีกลับมาใส่หลังคืน หลังจากการ Jailbreak เสร็จแล้วนะครับ , วิธีการ Backup ค้นหาได้จาก Google ด้วยคำค้นหาว่า "วิธีการ Backup ด้วย iTunes" มีเว็บไซต์ และ บลอคสอนเยอะแยะเลยครับ (กรุณาอย่าข้ามขั้นตอนนี้ด้วยการไม่ Backup นะครับ ผมขอเตือนก่อนครับ)

 

 

3. ดาวโหลดโปรแกรม Jailbreak จากผู้ทำการสร้างโดยตรง
การดาวโหลดจากเว็บไซต์ผู้สร้างโดยตรงจะปลอดภัยกว่านะครับ อย่าไปดาวโหลดมั่วซั่วจากลิงค์ฝากไฟล์นะครับ (อันตราย) >> คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวโหลดโปรแกรม Jailbreak จากเว็บไซต์ผู้สร้างโดยตรง << ดาวโหลดมาแล้ว ทำการแตกไฟล์ Zip ที่ได้มา แตกแล้วไม่ต้องทำการติดตั้งลงไปในเครื่องของเรานะครับ แตกไฟล์ไว้ก่อนก็พอครับ

 

 

4. เปิดโปรแกรม iTunes เวอร์ชั่นล่าสุดขึ้นมา

 

 

5. ตรวจสอบแบตเตอร์รี่ของอุปกรณ์ iDevice ให้มีอย่างน้อย 80% ก่อนนะครับ
ถ้ายัง , ให้ชาร์จด้วยกระแสไฟบ้านก่อนนะครับ ถ้าแบตเตอร์รี่มีมากกว่า 80 % แล้วก็เอามาต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วยสายเคเบิล USB ของ Apple .. ต้องรอสักพักนะครับจนปรากฏชื่อ iPad ที่คุณตั้งไว้ปรากฏในเมนู Devices ด้านซ้ายขึ้นมา (ถ้าคุณไม่ได้ตั้งชื่อไว้ ค่าดั้งเดิมจากโรงงาน คือ iPad ครับ)

 

 

6. ในหน้าโปรแกรม iTunes คลิ๊กตรงชื่อ iPad ของคุณ
(ในตัวอย่างของผม คือ Naitam iPad )  ให้คลิ๊กลงไปตรงชื่อ Naitam iPad (ชื่อของคุณจะไม่ตรงกับผมนะครับ ยกเว้นชื่อ นายตั๊ม หรือ นายแทม เหมือนผม ^^) หน้าจอฝั่งซ้ายของโปรแกรม iTunes จะแสดงข้อมูล Summary (ดังในรูป) กดปุ่ม Restore ในรูป (!! คำเตือนครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ ต้อง Backup ตามข้อ 1.2 ก่อนนะครับ) หลังจากการกดปุ่ม Restore แล้วโปรแกรมจะทำการ "ล้าง" ทุกสิ่งในเครื่อง iDevice ของคุณจน "เกลี้ยง" นะครับ

 

 

7. ปล่อยให้โปรแกรม iTunes ทำการ Restore
อย่าแตะต้องอุปกรณ์ หรือ ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์จะดีที่สุุดครับ ไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น ระหว่างขั้นตอน Restore นี้ เครื่อง iDevice ของคุณจะปิดและดับเอง (อาจหลายครั้ง แล้วแต่ครับ) เคยเจอปัญหาน่าเศร้า คือ ไฟดับระหว่างขั้นตอน Restore นี้ ถึงกับเครื่องพังเลย ดังนั้น โปรดตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟ ถ้าจะให้ดี ผมแนะนำให้ใช้กับเครื่องโน๊ตบุ๊คที่มีแบตเตอร์รี่เต็ม 100 % ครับ ไฟดับ ก็จะไม่เจอปัญหาแบบนี้ครับ

 

 

8. หากโปรแกรม iTunes ทำการ Restore สำเร็จ
โปรแกรมจะขึ้นหน้าต่างให้คุณเลือกแค่ 2 ช้อเท่านั้นครับ คือ ข้อแรกเริ่มต้นใช้ iDevice นี้เป็นเครื่องใหม่แบบเพิ่งออกมาจากโรงงานเลย ให้เลือกข้อแรกนี้ครับ แล้วก็กด OK ไป (ข้อที่สอง คือ ให้ iTunes เลือกข้อมูลที่ได้ Backup ในข้อ 1.2 ซึ่งเรายังไม่ทำตอนนี้ครับ)

 

 

9. ให้คุณกลับไปดูที่อุปกรณ์ iDevice ของคุณ
อย่าถอดปลั๊กสายเคเบิล USB ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ตอนนี้นะครับ และให้คุณเริ่มต้นตั้งค่าอุปกรณ์ iDevice เหมือนตอนที่เราซื้อมาใหม่ เช่น ตั้งชื่ออุปกรณ์ของคุณ , เปิดใช้งาน iClouds ฯลฯ ให้ทำจนเสร็จเลยนะครับ จนหน้าจอ iDevice เปิดขึ้นมาเหมือนตอนที่เราซื้อเครื่องมาครั้งแรก

 

 

10. ทำการดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่ชื่อ absinthe
หน้าจอโปรแกรมจะปรากฏขึ้นมา ตรวจสอบตรงแถบบนสุดว่า เขียนว่า "Chronic-Dev Absinthe - Version 0.4" หรือไม่ ? (ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ณ วันที่ 26 ก.พ. 2555)

 

 

11. จากหน้าจอตัวอย่างจะพบ ERROR แจ้งเอาไว้ และ ปุ่ม Jailbreak จะเป็นสีเทา (คลิ๊กไม่ได้)
แปลความได้ว่า "ผมได้ตั้งรหัสผ่านป้องกันเครื่อง iPad ของผมเอาไว้ ถ้าไม่ไปปิด off ในเครื่อง iPad จะทำการ Jailbreak ไม่สำเร็จ" ดังนั้น , เราต้องกลับไปที่อุปกรณ์ iDevice แล้วปิดการใช้งานป้องกันรหัสผ่านออกนะครับ โดยไปที่อุปกรณ์ iDevice ของคุณ แล้วคลิ๊กที่ ไอคอนSettings , มองหาแถบด้านซ้าย คือ General และ มองหา Passcode Lock กดเข้าไปแล้วใส่รหัสผ่านที่คุณตั้งไว้ , แล้วเลือก Turn Passcode Off ครับ

แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ทำการตั้งค่ารหัสผ่านป้องกันเครื่องเอาไว้ ก็ข้ามไปทำข้อ 2.2 ได้ทันทีเลยครับ

 

 

12. หากปุ่ม Jailbreak เป็นสีเทาและคลิ๊กไม่ได้ ก็ให้ปิดหน้าต่างโปรแกรม Jailbreak ก่อนครับ และดับเบิ้ลคลิ๊กขึ้นมาใหม่
เท่านี้เองข้อความ ERROR ก็จะหายไป และ ปุ่ม Jailbreak จะเป็นสีดำคลิ๊กได้แล้ว , ก็กดปุ่ม Jailbreak เท่านั้นเองครับ , รอให้โปรแกรมทำงานจนเสร็จสิ้น เครื่อง iDevice จะดับ และ โปรแกรม iTunes ก็จะถูกปิดไปโดยอัตโนมัติเช่นกัน ไม่ต้องตกใจ แต่อย่าแตะต้องเครื่องคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์ iDevice โดยเด็ดขาดครับ

 

 

13. สังเกตุดูตรงแถบสถานะข้างปุ่ม Jailbreak ด้วย
อย่าถอดปลั๊กสายเคเบิล USB ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ตอนนี้นะครับ , ถ้าแถบสถานะเป็นสีน้ำเงินเต็มแถบแล้ว , ปุ่ม Jailbreak จะยังคงเป็นสีเทาและคลิ๊กอะไรต่อไม่ได้ , แต่จะมีข้อความขึ้นเหนือแถบสถานะแปลความได้ว่า "นี่ไง เจลเบรคเสร็จแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนเดียว คือ ไปที่อุปกรณ์ iDevices ของคุณ แล้วเลื่อนเพจในหน้า Home ไปหน้าสุดท้าย จะเห็นไอคอนหัวกะโหลกที่เขียนว่า Absinthe ให้กดตรงไอคอนที่หน้าจอ iDevice ของคุณซะ แล้วทุกอย่างก็จะสมบูรณ์"

 

 

14. ,มองหาไอคอน Absinthe บนหน้าจอ iDevice ครับ
หลังจากคุณกดไอคอน Absinthe บนหน้าจออุปกรณ์ iDevice ของคุณแล้ว เครื่องจะดับลงไปครับ , รอสักครู่เครื่องจะเปิดขึ้นมาใหม่ ไชโย !! คุณ Jailbreak สำเร็จแล้ว ให้คุณ "ปิด" โปรแกรม Jaikbreak ที่บนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไ้ด้เลยครับ

 

 

15. เปิดโปรแกรม iTunes เพื่อจะเอาข้อมูล แอพพลิเคชั่น / รูปภาพ / รายชื่อผู้ติดต่อ ของคุณกลับคืนมา
คุณจะเอาข้อมูลเก่าที่คุณได้ Backup ไว้ในข้อ 1.2 กลับคืนมาใส่ใน อุปกรณ์ iDevice ของคุณด้วยโปรแกรม iTunes นะครับ ให้เปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมา  ต้องรอสักพักนะครับจนปรากฏชื่อ iPad ที่คุณตั้งไว้ปรากฏใน เมนู Devices ด้านซ้ายขึ้นมา (ถ้าคุณไม่ได้ตั้งชื่อไว้ ค่าดั้งเดิมจากโรงงาน คือ iPad ครับ) ให้คุณคลิ๊กเลิอกลงบนชื่ออุปกรณ์ iDevice ของคุณนะครับ จนขึ้นแถบสีน้ำเงินคลุมชื่ออุปกรณ์ iDevice ของคุณ ก็ให้คลิ๊กขวาตรงชื่ออุปกรณ์ iDevice นั่นแหละครับ จะปรากฏเมนู ให้เลือกลำดับที่ 5 ที่ชื่อว่า Restore from Backup...

 

 

16. เลือก Backup ล่าสุดของคุณ
จะปรากฏหน้าต่างให้คุณเลือก Backup ล่าสุดของคุณจาก DropDown List ก็ให้เลือก Backup ล่าสุด ซึ่งจะมีวันที่และเวลากำกับไว้ด้วยครับ , เมื่อเลือกแล้วก็กดปุ่ม Restore เท่านั้นเองครับ , ให้รอจนกว่าโปรแกรม iTunes ทำการคืนข้อมูลใส่อุปกรณ์ iDevices ของคุณจนเสร็จสิ้น

 

 

17. เพื่อความปลอดภัย กลับมาตั้งค่ารหัสผ่านให้อุปกรณ์ iDevice ของคุณเหมือนเดิม
หลังจาก Jailbreak แล้วให้กลับมาตั้งค่ารหัสผ่านอุปกรณ์ iDevice ของคุณให้เหมือนเดิมครับ โดยไปที่อุปกรณ์ iDevice ของคุณ แล้วคลิ๊กที่ ไอคอน Settings , มองหาแถบด้านซ้าย คือ General และ มองหา Passcode Lock กดเข้าไป แล้วเลือก Turn Passcode On ครับ กำหนดรหัสผ่านก็เสร็จสิ้นครับ

 

 

ว้าว !! มีอะไรเหรอหลังจากการ Jailbreak ?  
คุณจะพบเห็นไอคอนสีน้ำตาลบนหน้าจอที่ชื่อว่า Cydia ให้คุณคลิ๊กเข้าไป และ เลือกเมนู Manage Account , และให้เลือก Connect with Facebook  เพราะจะเอาไว้ใช้ซื้อแอพเจ๋ง ๆ ที่ "ไม่มีขาย" และ "ไม่มีความสามารถ" ที่ช่วยให้ iDevice ของเราทำงานได้มากกว่าที่มีขายใน AppStore ของ Apple ไงครับ

เอาหละครับ , วันนี้คงจบที่การ Jailbreak ก่อน ตอนต่อไปผมจะมาแนะนำแอพที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานในสามด้าน คือ ธุรกิจ, โซเชียล , รูปภาพ ซึ่งเป็นแอพที่มาจาก App store และ จาก Cydia Store ซึ่งมีทั้งที่ฟรี ทั้งเสียเงิน มาให้แล้วนะครับ

 

 

สาระเล็กน้อย !!
ทำไมต้องมี Cydia Store ? เพราะ Apple ทำการล๊อคสิทธิ์การเข้าไปแก้ไขระบบไฟล์ในเครื่องไว้ไงครับ กล่าวคือ , นักพัฒนาสาย App Store จะมี "ข้อจำกัดมาก" ในการพัฒนาแอพเจ๋ง ๆ  เช่น Apple ล๊อคไม่ให้ทำการใส่แอพได้มากกว่า 20 แอพใน 1 โฟลเดอร์ ก็เลยทำให้นักพัฒนาสาย App Store จะสร้างแอพที่ทำให้ใส่ ช่วยเราใส่แอพได้มากกว่า 20 แอพใน 1 โฟลเดอร์ไม่ได้ เช่นกันครับ

 

ตรงกันข้ามกับ นักพัฒนาสาย Cydia Store เขาไม่มีข้อจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบไฟล์ (แน่นอนว่า เครื่อง iDevice ของคุณก็ต้องทำการปลดล๊อคให้สิทธิ์การเข้าถึงด้วยการ Jailbreak เสียก่อนไงครับ) ก็จะทำให้นักพัฒนาสาย Cydia Store เขาออกแบบพัฒนา แอพสุดขั้ว เจ๋ง ๆ ที่ทำให้ iDevice ของคุณทำงานได้มากกว่าที่่คิด เช่น
- แยกอีเมล์ที่เข้ามาให้มีเสียงริงโทนต่างกันตามหัวข้อได้เลย
- ทำให้อ่านอีเมล์แนวตั้งได้ โดยยังคงมองเห็นรายการอีเมล์ด้านซ้ายได้
- จัดระเบียนโฟลเดอร์ สร้างโฟลเดอร์ย่อย ลงไปในโฟลเดอร์ได้ไม่จำกัด
- ทำให้ Dock มีไอคอนได้มากกว่า 6 ไอคอน ใส่เป็น 10 ก็ได้ ทำให้ไม่ต้องเลื่อนหน้า Home หาอีกต่อไป
- เปลี่ยนชื่อไอคอนได้
- แนบไฟล์รูปภาพโดยตรงได้ในขณะเขียนอีเมล์
- ใส่ลายเซ็นต์แยกให้อัตโนมัติตามแต่ละอีเมล์แอคเคาน์
- ทวิตข้อความได้ทุกส่วน ทุกหน้าแค่ไฮไลท์ แล้วก็เลือกทวิตได้เลย
- ใช้ App ของ iPhone บนหน้าจอใหญ่อย่าง iPad ได้แบบคมชัดเหมือนหน้าจอ iPhone เลย (ราคา 80 บาท)
- ที่สุด ๆ คือ แป้นพิมพ์ภาษาไทยที่เป็นเหมือนแป้นคีย์บอร์ดจริง ๆ จะเอาแบบธรรมดา หรือ แบบแอนดรอย์ 4.0 ก็ยังได้ (ราคา 100 บาท)

 

และอีกสารพัดครับที่การ Jailbreak ทำให้คุุณได้ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ iDevice ได้อย่างคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปเกือบสามหมื่นบาท แต่สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งาน App ที่มาจากการ Jailbreak คือ ให้ใช้เท่าที่จำเป็น และ อย่าใช้ตัวที่แฮก (คือ บน Cydia จะมีแอพที่ทำออกมาขาย ก็จะมีคนเอามาแฮกแจกให้ใช้ฟรี ซึ่งอันนี้น่ากลัวครับ มักจะทำให้เครื่องรวน)

 

ส่วนตัวถ้าแอพตัวไหนต้องซื้อ ไม่ว่าจะเป็นจาก App Store ของ Apple หรือ Cydia Store ของ Cydia ผมก็จะซื้อครับ ไม่ไปใช้ของแฮกเพราะเคยลองใช้แบบแฮกมาแล้ว เครื่องรวนครับ เช่น อืด ช้า ดับบ่อยเป็นต้น , ดังนั้น ตอนต่อไปผมจะแนะนำ "แอพที่ใช้งานได้จริง" ที่ผมใช้จริง ๆ ได้ประโยชน์จริง ๆ และเพียงพอครอบคลุมทั้ง 3 ด้านที่ผมย้ำมาตลอด คือ ธุรกิจ , โซเชียล , รูปภาพ นะครับ

Jailbreak รอได้เลยนะครับ :)
นายแทม


หมวดหลัก
อินเทอร์เนตและเทคโนโลยี


หมวดย่อย
 
นายแทม นายแทม ดอทคอม ™ 2007 - 2019
อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหา ยกเว้นเพื่อการค้า

 นายแทม ดอทคอม |  นายแทม ดอทคอม
 นายแทม ดอทคอม |  @naitam

โดย ห้างหุ้นส่วนสามัญ นายแทม เว็บดีไซน์
ปณจ. 26 หางดง เชียงใหม่ 50230
052-081830