นายแทม ดอทคอม
 
 วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554 เวลา 03:34 น.

HTML5 ภาษาออกแบบเว็บไซต์ใหม่ของปี 2011 ที่ทำให้เว็บไซต์แสดงผลได้เร็วและสนุก

พัฒนาแอพและเว็บไซต์ ›› HTML
ผู้เขียน :

คุยกับนายแทม


คำค้น :

HTML5 ภาษาออกแบบเว็บไซต์ใหม่ของปี 2011 ที่ทำให้เว็บไซต์แสดงผลได้เร็วและสนุก

 

HTML อักษรที่ย่อมาจากคำว่า “HyperText Markup Language” นี้ จัดได้ว่าเป็นภาษาที่เป็นพื้นฐานที่สุดของการสร้างเว็บไซต์และการแสดงข้อมูล ต่างๆ ในหน้าเว็บเหล่านั้นขึ้นมาโดยผ่านทางโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ แต่อย่างไรก็ดีมาตรฐานภาษาที่ใช้งานกันมาอย่างยาวนานนี้ ก็มีจุดอ่อนมากมายและไม่สามารถแสดงผลได้อย่างสมบูรณ์นัก หากโปรแกรมเว็บบราวเซอร์นั้นไม่ได้ใช้เอ็นจิ้นเดียวกับ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์ ด้วยเหตุนี้สมาคม World Wide Web Consortium หรือที่รู้จักกันในชื่อ W3C จึงได้พัฒนามาตรฐานภาษา HTML ขึ้นใหม่ โดยในเวอร์ชัน 5 นี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความแตกต่างกันในเรื่องมาตรฐานของโปรแกรมเว็บ บราวเซอร์อย่างได้ผลแล้ว มันยังได้รับการปรับปรุงให้มีฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับการแสดงหน้าเว็บไซต์ที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิมด้วย

มัลติมีเดีย: เล่นวิดีโอได้โดยไม่ต้องมี Flash Player
เมื่อเทียบกับเวอร์ชัน 4.01 ในปัจจุบันแล้ว โค้ดภาษาของ HTML5 นั้นจะมีความสามารถในการแสดงเนื้อหาที่เป็นมัลติมีเดียที่มีความเหนือชั้น กว่ากันมาก ซึ่งจากเดิมนั้นผู้ใช้จะต้องติดตั้งปลั๊กอินสำหรับเว็บบราวเซอร์อย่างเช่น โปรแกรม Flash Player ลงไปก่อนถึงจะสามารถเล่นวิดีโอและเพลงจากหน้าเว็บไซต์ได้ ซึ่งแม้ว่าจะดูว่ามันไม่มีความยุ่งยากอะไร แต่ปลั๊กอินยอดนิยมนี้ก็มีข้อเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจนเช่นกันเพราะนอกจาก มันจะทำให้ระบบมีการโหลดมากขึ้นแล้ว มันยังเป็นช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยของเครื่องด้วย และจากสถิติที่ผ่านๆ มานั้นมันก็มักจะติดอันดับในตัวการสำคัญที่คอยเปิดประตูรับมัลแวร์ต่างๆ ให้เข้ามายังเครื่อง แต่สำหรับ HTML5 แล้วความจำเป็นในการใช้ปลั๊กอินเหล่านี้จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมันจะมาพร้อมกับ Tags ใหม่อย่างเช่น  และ  ทำให้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์สามารถเปิดเนื้อหาของไฟล์มีเดียตามที่ระบุจากเว็บ ไซต์ต่างๆ ขึ้นมาเล่นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีปลั๊กอินนี้เลย และสิ่งที่เว็บบราวเซอร์ต้องการก็มีเพียงแค่ Codec ที่เหมาะสมเท่านั้น

 


ไม่ต้องมี Flash: HTML5 จะทำให้เว็บบราวเซอร์สามารถไฟล์วิดีโอและเพลงจากเว็บได้โดยตรง โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเติม

 

แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจาก HTML5 นั้นไม่ได้มีการระบุรายละเอียดของ Codec ที่ต้องการไว้ทำให้การใช้งานบางอย่างยังมีการติดขัดอยู่ยกตัวอย่างเช่นใน กรณีของโปรแกรม Firefox และ Opera ที่มี Codec Theora และ Vorbis อยู่ในตัวนั้นจะยังไม่สามารถใช้เปิดไฟล์วิดีโอจากหน้าเว็บไซต์ YouTube ที่ใช้มาตรฐาน HTML5 ได้เนื่องจากการแสดงผลวิดีโอบนหน้าเว็บไซต์นี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อมี Codec H.264 ดังนั้นทั้ง Safari และ Chrome ที่สนับสนุน Codec ชนิดนี้มาตั้งแต่เวอร์ชัน 3 จึงทำได้อย่างไม่มีปัญหา
    

นอกจาก Firefox และ Opera แล้ว จนถึงขณะนี้โปรแกรม Internet Explorer 8 ก็ยังไม่สนับสนุน Codec H.264 เช่นกันทั้งๆ ที่ Codec นี้สามารถถอดรหัสวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพมากโดยเฉพาะเมื่อมีความละเอียด สูงๆ ดังนั้นเว็บบราเซอร์ของไมโครซอฟท์จึงไม่สามารถเปิดไฟล์วิดีโอจากหน้าเว็บไซ ต์ YouTube ที่ใช้มาตรฐาน HTML5 ได้เช่นกัน เว้นเสียแต่ว่าได้มีการติดตั้งโปรแกรมเสริมให้กับมันแล้ว
    

ผลจากการที่ HTML5 ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องการใช้ Codec ที่แน่นอนยังทำให้ขาดการสนับสนุนเรื่องระบบเร่งความเร็วจากการ์ดแสดงผลด้วย ดังนั้นปลั๊กอินสำคัญอย่างโปรแกรม Flash Player 10 จึงยังคงเป็นทางเลือกสำหรับการแสดงผลวิดีโอความละเอียดสูงที่ขาดไปไม่ได้ อยู่ดี โดยเฉพาะกับเครื่องพีซีที่มีประสิทธิภาพไม่สูงเท่าที่ควร
    

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ HTML5 แต่ก็ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนนักก็คือ “Canvas” ที่เป็นตัวชูโรงสำคัญที่ทำให้หน้าเว็บไซต์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยมันจะทำให้เอ็นจิ้นของเว็บบราวเซอร์สามารถเรนเดอร์ภาพกราฟิกได้ในแบบ เรียลไทม์และด้วยฟีเจอร์นี้นักพัฒนาก็สามารถเขียนโปรแกรมต่างๆ รวมทั้งเกมลงบนหน้าเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องใช้ปลั๊กอิน Flash Player อีกต่อไปและมันจะยิ่งน่าดึงดูดใจมากกว่านี้อีก ทันทีที่ฟังก์ชันดังกล่าวนี้สนับสนุนการแสดงผลกราฟิกแบบสามมิติ 


ทรงพลัง: ฟังก์ชัน Canvas ที่ช่วยให้เว็บบราวเซอร์เรนเดอร์ภาพได้แบบเรียลไทม์ จะทำให้การเล่นเกมบนหน้าเว็บไซต์มีความสนุกมากยิ่งขึ้น

มัลติเธรด: ท่องอินเทอร์เน็ตได้เร็วและราบรื่นกว่าเดิม
จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ HTML5 ก็คือการสนับสนุนการทำงานแบบมัลติเทรด ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ฟังก์ชัน Canvas ตลอดจนฟังก์ชันต่างๆ ทำานล่าช้าโดยไม่จำเป็น โดยสคริปต์และแอพลิเคชันต่างๆ จะถูกแยกออกเป็นเทรดต่างๆ แล้วทำงานไปพร้อมๆ กันด้วยฟังก์ชันที่มีชื่อว่า “Web workers” ด้วยเหตุนี้ ผู้พัฒนาจึงสามารถออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้มีความซับซ้อนมากๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่า เครื่องพีซีของผู้ใช้จะเกิดการสะดุดขณะที่มีการเลื่อนหน้าหรือเกิดการหน่วง ขณะที่กำลังมีการป้อนข้อมูลเหมือนอย่างเช่นในอดีต
    

ในส่วนของการทำงานกับข้อมูลผู้ใช้ก็ได้รับการปรับปรุงด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่เดิมนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในไฟล์ Cookies ขนาดเล็ก แต่ใน HTML5 นี้เทคนิคใหม่ที่มีชื่อว่า “Web Storage” จะทำการสร้างข้อมูลขนาดสูงสุด 10MB ไว้บนเครื่องพีซีของผู้ใช้โดยที่สามารถเลือกได้ว่าจะจัดเก็บข้อมูลแบบถาวร หรือเฉพาะส่วนที่ใช้งาน ในขณะที่ไฟล์ Cookies ในรูปแบบที่เป็นข้อความนั้นจะถูก Web Storage ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการใช้งานแอพลิเคชันแบบออฟไลน์ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญจาก McAfree ก็ได้กล่าวว่า การทำงานในลักษณะดังกล่าวนี้นอกจากจะทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างแอพลิเคชัน ที่อยู่บนหน้าเว็บกับโปรแกรมในเครื่องมีความคลุมเคลือมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังอาจจะเป็นช่องทางใหม่ที่แฮกเกอร์จะเจาะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับระบบ ทั้งหลายด้วยและ HTML5 ก็เป็นมาตรฐานกลางที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มของระบบปฏิบัติการใดๆ เลย
    

แต่อย่างไรก็ดี HTML5 ก็มีระบบป้องกันที่เข้มงวดไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะกับโค้ดที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยที่สำคัญอย่าง iFrames ซึ่งใช้สำหรับเนื้อหาจากหน้าเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งถ้าหากมันถูกเปลี่ยนแปลงด้วยโค้ดที่เป็นอันตราย มัลแวร์ก็สามารถใช้ iFrames เป็นทางผ่านเพื่อบุกเข้ามายังเครื่องพีซีของผู้ใช้ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว จากนี้ไปนักพัฒนาก็จะต้องอัพเกรด iFrames ด้วยโค้ด HTML ภายใน Sandbox ด้วย ทั้งนี้เพื่อปิดกั้นหรือจำกัดการทำงานของหน้าเว็บไซต์ที่อยู่ใน iFrames ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรันสคริปต์ การเข้าถึงข้อมูลใน Cookies รวมทั้งการฝังและโยกย้ายแบบฟอร์มต่างๆ ด้วย


Sandbox: ด้วยคุณสมบัติเฉพาะนี้ จะช่วยทำให้เว็บไซต์ภายนอกที่อยู่ใน iFrames ไม่สามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายหรือเข้าถึงข้อมูลได้

    

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ HTML5 นั้นก็ยังรวมถึง Web Form 2.0 ที่เป็นแบบฟอร์มสำหรับการป้อนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและฟังก์ชันระบุตำแหน่ง อย่าง “GeoLocation” ที่แม้ว่าไม่ได้ถูกนำมารวมไว้เป็นมาตรฐานของ HTML5 อย่างแท้จริง แต่ในขณะนี้มันก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบราวเซอร์สำคัญๆ เกือบหมดแล้ว


เครื่องนำทาง: ด้วยฟังก์ชัน GeoLocation ทำให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งปลั๊กอินอีกต่อไป
   
บทสรุปและความคิดเห็นจาก CHIP: แค่เปลี่ยนแปลง ไม่ถึงกับปฏิวัติ
จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ฟังก์ชันใหม่ๆ เหล่านี้จะถูกนำมาใช้กันอย่างจริงจัง เพราะแม้แต่บราวเซอร์สามัญประจำวินโดว์สอย่าง Internet Explorer เองก็ยังสนับสนุนฟีเจอร์ใหม่ใน HTML5 เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น (อ่านเพิ่มเติมได้จากตารางด้านซ้าย) ดังนั้นก็ยังไม่แน่ว่า HTML5 นี้จะเป็น “Flash Killer” ได้จริงๆ เพราะนอกเหนือไปจากการที่ไม่มีรูปแบบของ Codec ที่แน่นอนและขาดการสนับสนุนจากฮาร์ดแวร์แล้ว การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี DRM ก็ยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดด้วย ส่งผลให้โปรแกรม Flash Player ยังคงเป็นปลั๊กอินสำคัญสำหรับการเล่นไฟล์มีเดียบนเว็บที่ขาดไม่ได้อยู่ดี แต่อย่างไรก็ดีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า HTML5 ได้ทำให้การท่องเว็บในปัจจุบันมีความสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจริงๆ เพียงแต่การปฏิวัติวงการด้วยการสลัดปลั๊กปลั๊กอินต่างๆ ให้หลุดไปจากเว็บบราวเซอร์นั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้บอกได้เลยว่า”ยาก”

 

ความพร้อมของบราวเซอร์ที่มีต่อ HTML5 (ข้อมูลอัพเดต 4/2553)

ไม่สนับสนุน          สนับสนุน
1) เฉพาะ Codec Theora และ Vorbis     2) สามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมได้    3) เวอร์ชันแรกคือ 10.50


เก็บตกเรื่องราวดีดีจาก http://www.chip.in.th


หมวดหลัก
พัฒนาแอพและเว็บไซต์


หมวดย่อย
 
นายแทม นายแทม ดอทคอม ™ 2007 - 2020
อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหา ยกเว้นเพื่อการค้า

 นายแทม ดอทคอม |  นายแทม ดอทคอม
 นายแทม ดอทคอม |  @naitam

โดย ห้างหุ้นส่วนสามัญ นายแทม เว็บดีไซน์
ปณจ. 26 หางดง เชียงใหม่ 50230
052-081830