นายแทม ดอทคอม
 
 วันอังคารที่ 22 เมษายน 2557 เวลา 00:54 น.

(ตอน 2) รีวิวข้อดี-ข้อเสีย นาฬิกาอัจฉริยะ Smart Watch Samsung Galaxy Gear Fit ฉบับใช้งานจริงมา 10 วันเต็ม

อินเทอร์เนตและเทคโนโลยี ›› แกดเก็ด เก็ดอิท
ผู้เขียน :

คุยกับนายแทม


คำค้น :

(ตอน 2) รีวิวข้อดี-ข้อเสีย นาฬิกาอัจฉริยะ Smart Watch Samsung Galaxy Gear Fit  ฉบับใช้งานจริงมา 10 วันเต็ม

ประสบการณ์จากการใช้งานใน “ชีวิตจริง” กับ Gear Fit มีประโยชน์ หรือ ไร้ประโยชน์

การใช้งานทั่วไป
1) แบตเตอร์รี่วันที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะกินไปที่ 12-15% ต่อวัน แต่ถ้าวันไหนออกกำลังกาย จะอยู่ที่ 30-40% ต่อวัน

2) การชาร์ตแบตเตอร์รี่ทำได้เร็วมากอยู่ที่ 40% ต่อชั่วโมง ด้วยหัวแปลงมาตรฐานของมันเองนะครับ

3) การแสดง noticications สำหรับครั้งแรกต้องรอสักหน่อยนะครับ แต่ผมไปช่วยทำให้เพื่อน ก็พบว่ามี Trick เล็กน้อยครับ คือ ต้องกระตุ้นมัน

ผม ยกตัวอย่างแอพ Line นะครับ , เราต้องไปตั้งค่า Noticiations ของแอพ Line ตรง Popup notification ให้เป็นแบบ Defaut ครับ คือ ให้เป็นแบบที่แสดงแล้วค้างบนหน้าจอ แล้วมีช่องด่วนให้เราพิมพ์ตอบ แล้วก็ให้เพื่อนส่งไลน์หาเรา เท่านั้นหละครับ บน Gear Fit มาเลย (ทำแบบเดียวกับพวกแอพแชททั้งหลายครับ)

ส่วน Facebook ก็ง่ายมากครับ ให้ทำการอัพโหลดรูปขึ้น Timeline ของเรา ผ่านตัวแอพ facebook บนมือถือ สักพักหนึ่งมาแล้วครับ

4) การตัดสายทิ้งเวลาที่ไม่ต้องการรับสายนั้น ตรงนี้ทำออกมาได้งงนิดหน่อย แต่พอเรียนรู้เล็กน้อยก็เข้าใจครับ มันมีขั้นตอนดังนี้ ครับ

4.1) มีสายเรียกเข้ามาแสดงผลบน Gear Fit จะแสดงปุ่ม สีแดงกากบาทเพื่อตัดสายทิ้ง กับ สีเหลืองซองจดหมายเพื่อส่งข้อความ แยกย่อยออกดังนี้

4.1.1) ถ้าคุณแตะปุ่มกากบาทสีแดง มันจะตัดสายทิ้งไปเลย แค่นั้น
4.1.2) ถ้าคุณแตะปุ่มซองจดหมายสีเหลือง มันจะตัดสายทิ้งเช่นกัน แต่มันจะขึ้นข้อความ sms สำเร็จรูปที่เราตั้งเป็น Default เอาไว้ขึ้นมา และมีเครื่องหมายถูกด้านบน กับ ลูกศรด้านล้าง

ถ้าเราแตะเครื่องหมาย ถูกมันจะ sms ด้วยข้อความนี้ออกกลับไปหาเบอร์ที่เราตัดสายทิ้ง แต่ถ้าเราแตะลูกศรด้านล้างมันจะไม่ส่ง sms ออก และจะย้อนกลับไปที่นาฬิกา จบแค่นั้นครับ


4.2) ดังนั้น ข้อความ sms สำเร็จรูปจึงมี 2 แบบ คือ แบบ Default กับ แบบเลือกเองได้ ดังนี้
4.2.1) sms แบบ default คือ sms สำเร็จที่มันบังคับให้เราใช้กับทุกกรณีที่มีสายเรียกเข้า แล้วเราจะตัดสายทิ้งพร้อมส่ง sms ออก

ผม ยกตัวอย่างจริงของผมละกัน , ผมมีลูกค้าติดต่อจำนวนมากต่อวัน ข้อความ sms แบบ default ของผม คือ “ผมไม่สะดวกรับสายในขณะนี้ กรุณาส่งข้อความทิ้งไว้ใน line ขอบคุณครับ” ซึ่งพอมีเบอร์แปลก หรือ เบอร์ลูกค้าในสมุดรายชื่อผม ผมก็จะเลือกแตะไอคอนรูปซองจดหมายสีเหลืองเลย มันก็จะแสดง sms นี้ทันที ผมก็แตะเครื่องหมายถูก มันก็จะส่ง sms สุภาพ ๆ นี้ออกไป

4.2.2) แต่ถ้าเพื่อนโทรมาหละ ? มันคงขำกลิ้งที่แบบผมสุภาพเกิ๊นนน ผมก็จะเลือกแตะไอคอนกากบาทสีแดงแทน มันก็จะตัดสายเพื่อนทิ้งทันที แล้วผมก็เข้าไปที่ notifications บน Gear Fit นั่นแหละครับ จะเห็นไอคอน missed call พร้อมตัวเลข 1 กำกับไว้ , ก็แตะเข้าไปครับ ก็จะแสดงชื่อเพื่อนที่ผมเพิ่งตัดสายมันทิ้ง , แตะหน้าจอลากมาล่างสุด (ผมตั้งหน้าจอไว้แบบแนวตั้งนะครับ) ก็จะเห็นเมนู Quick Reply แตะเข้าไปเลยครับ ก็จะมี sms สำเร็จแบบเลือกเองได้ แสดงยาวพรืดลงมาเลย

ผม ก็เลือก sms สำเร็จที่ผมสร้างไว้ก่อนล่วงหน้า “กูดูหนังอยู่เว้ย เดี๋ยวกูโทรกลับ” แล้วก็แตะเครื่องหมายถูกอีกที มันก็ส่ง sms ออกไปครับ

เช่น เดียวกันถ้าเป็นที่รักโทรเข้ามา ก็เลือก sms “เดี๋ยวโทรกลับนะ เค้าดูหนังอยู่ ปล. ดูคนเดียวนะ จริง ๆ”แหะ ๆ ผมก็ชอบดูหนังคนเดียวจริง ๆ นะ ซึ่งมันยืดหยุ่นทำให้เราเลือก sms ให้เหมาะสมกับสถานภาพของผู้รับได้ครับ
 

4.3) วิธีเข้าไปตั้ง sms ทั้ง 2 แบบ ทำได้บนแอพ Gear Fit Manager บนมือถือของผมนั่นเองครับ ซึ่งมันซ่อนอยู่ภายใต้เมนูที่ชื่อว่า TEXT INPUT METHODS แล้วแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ
4.3.1) Edit Call-reject message : ซึ่งก็คือ sms default ครับ ตั้งสุภาพ ๆ ไว้ (ได้ 140 ตัวอักษร)
4.3.2) Edit text templates : ซึ่งก็คือ sms แบบเลือกได้ (ได้ 160 ตัวอักษร) ก็แตะเครื่องหมาย + มุมขวาบนจอมือถือ เพื่อเพิ่มข้อความในแบบฉบับของเราไว้ล่วงหน้า เช่น สำหรับแฟน , สำหรับเพื่อนเมา , สำหรับเพื่อนยืมตังค์ , สำหรับเพื่อนที่ทำงาน ฯลฯ


5) หน้าจอเป็นรอยซะแล้ว T_T คือ มันไม่มีฟิล์มกันรอยมาให้ครับ เป็นจุดพลาดมาก ๆ ของ Samsung ซึ่งควรจะทำออกมาให้ด้วย หรือ จะขายก็ได้ เพราะอุปกรณ์แบบนี้ มันใช้ในกิจกรรมที่ปาดโดนสิ่งของมากมาย เช่น ปั่นจักรยาน , เข้าฟิตเนส ฯลฯ ผมโดนขอบโต๊ะเบา ๆ เป็นรอยเรียบร้อยครับ

6) หน้าจอสว่างมากแค่ระดับ 3 ก็สามารถมองเห็นได้ชัดในรถยนต์ , ในห้าง , ในห้องที่เปิดไฟนีออน และเอาแสบตาเลย ถ้าปิดไฟกำลังจะนอน แล้วยกมาเพื่อจะบันทีกการนอน

7) แสดงผลภาษาไทยได้ถูกต้อง (ในส่วนชื่อของสมุดรายชื่อ , ในแชท , ใน sms , ใน email เท่านั้นนะครับ) เมนูระบบยังคงเป็นภาษาอังกฤษ

8) สายรัดออกแบบมาดีมากครับ ผมชอบนะ มันสวยดี และรูที่ให้มาเพื่อกลัดสายนาฬิกา ก็ถี่ดีมากครับ เพื่อยืดหยุ่นในการปรับขนาดสาย และแน่นมากครับ จะหลุดก็เพราะเราถอดเองเท่านั้นครับ

9) ตัวหัวต่อไฟ แรก ๆ จะต่อไม่เป็นครับ และผมอ่านเจอในเว็บต่างประเทศ พบว่า มีคนทำมันพังเพราะในระหว่างที่จะชาร์จ จะพยายามกดหัวต่อไฟ ซึ่งมันเป็นขั้วทองแดง มันสปาร์คกันครับ แผงวงจรชอต ผมจึงแนะนำว่าให้ทำการต่อหัวต่อไฟกับนาฬิกาก่อน แล้วเสียบหัวแปลงไฟกับปลั๊กไฟให้เรียบร้อย แล้วค่อยหยิบหัว usb มาเสียบเข้ากับรูหัวต่อไปอีกทีครับ

10) ผมมีอาการแพ้สายรัดข้อมือนิดหน่อยครับ คือ คันเลยเวลาออกกำลังกาย แล้วเหงื่อออก ตอนนี้ก็ยังเป็นครับ แก้โดยการคลายสายรัดออก เพื่อให้นาฬิกามันหลวม ๆ แต่ .. ก็พบว่าพอมันหลวม ๆ มันก็จับอัตราการเต้นหัวใจไม่แม่นอีก .. ฮ่วย ยอมคันครับ T_T แต่ใส่ในเวลาปกติที่ไม่มีเหงื่อ ก็ไม่เป็นไรนะครับ

11) ผมเคยทำน้ำจากก๊อกกระเด็นใส่มา (หลายครั้งแล้ว) ล้างจาน , ล้างหน้า ไม่เคยถอดออก โอเคครับ กันน้ำได้จริง ๆ แต่ไม่กันแน่ ๆ ถ้าใส่ว่ายน้ำ หรือ อาบน้ำนะครับ


การใช้งานด้านสุขภาพ
1) ตอนจับเวลานอน ถ้าลืมกด stop มันจะนับยาวเลยนะครับ แต่ที่ผมใช้มา ผมไม่ลืมนะครับ เพราะมันอยู่กับข้อมือตลอดเวลา และ ผมจะนึกได้ทุกครั้งตอนตื่น ประโยชน์ของการจับการนอน คือ อาศัยคำว่า Motionless ที่มันขึ้นเป็น % หลังจากเรากด stop เมื่อตื่นนอนแล้วนั่นแหละครับ

Motionless แปลว่า นิ่ง (ก็คือ นอนนิ่ง) ตามหลักการแพทย์ ถ้าเรานอนหลับสนิท อัตราการเคลื่อนไหวร่างกายจะอยู่ที่ 5-7% ของช่วงการนอนทั้งหมด คือ ร่างกายจะพลิกตัวเองโดยเราไม่รู้ตัว แต่ถ้าเราฝัน (ซึ่งแปลว่าเราหลับไม่สนิท)ดังนั้นใครบอกเราว่า ฝันดีนะ จงด่ามันครับ เพราะเราต้องอวยพรกันว่า ไม่ฝันนะ คือ หลับตาแล้ววืดสนิท ลืมตาอีกทีเช้าแล้ว นี่แปลว่า เราหลับลึกครับ

เมื่อเราฝัน ไม่ว่าจะดีหรือร้าย อัตราการดิ้นไปมาของเราระหว่างนอนจะมากครับ เราจะตื่นและพลิกตัวบ่อยมาก ผมหลับสนิทจริง ๆ มีวันเดียว และก็ตรงกับ Motionless ที่แสดง คือ Motionless ผมอยู่ที่ 94% จากระยะเวลาการนอนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมงกับ 45 นาทีครับ

นอกนั้น , 80% มั่ง มีวันหนึ่งฝันร้ายมาก ๆ 66% ครับ ตรงเป๊ะ

2) การจับอัตราการเต้นหัวใจ ควรทำประจำครับ คือ ก่อนนอน , หลังตื่นนอน , หลังทานอาหารเสร็จ , ก่อนการวอร์มเพื่อออกกำลัง และ หลังการ cool down ไปแล้วสัก 15 นาที

ใน วันที่คุณนั่งทำงานแล้วง่วง ๆ จับอัตราการเต้นหัวใจดูครับ มันจะสูงครับ ไม่ได้ต่ำนะครับ เป็นเหตุใหญ่ ๆ มาจากเมื่อคืนคุณนอนไม่อิ่ม รวมไปถึงร่างกายขาดน้ำ (เลือดหนืด) ก็ลุกไปกินน้ำครับ

ในระยะยาว บันทึกอัตราการเต้นหัวใจช่วยบอกสุขภาพคุณได้มากครับ แต่ต้องวัดสม่ำเสมอในเวลา หรือ กิจกรรมเดียวกันซ้ำ ๆ นะครับ เวลาจะวัดผมจะหันตัววัดเข้าข้อมือด้านในครับ มันจะแม่นยำกว่าเมื่อตอนเราใส่แบบปกติครับ

3) Timer / Stop Watch เอามาประยุกต์ใช้ครับ, ผมตั้ง Timer ย้อนหลังไว้ทุก 45 นาทีครับ เพราะผมเป็นมะเร็งกระดูก และ เนื้องอกในโพรงกระดูกเส้นประสาทไขสันหลัง ดังนั้น ผมนั่งนานไม่ได้ครับตัว timer ช่วยให้ผมลุกขึ้นยืดเส้น ยืดสาย คุณที่นั่งทำงานออฟฟิศ ก็ทำแบบผมได้ครับ

ส่วน Stop watch เอามาประยุกต์การนับเซตครับ , อันนี้ถ้าเพื่อนใช้เหมือนกันก็ดีไปครับ ไม่ต้องถอด แต่ถ้าไม่มีเหมือนกันก็ต้องถอดออกมา แล้วก็ให้เพื่อนใช้นับเซตให้เราครับ เช่น ยกดัมเบล มันจะมีข้อกำหนดว่า ถ้าเรายกเซทได้สม่ำเสมอจะทำให้กล้ามขึ้น และ Heart Rate ขึ้นสูงสม่ำเสมอด้วย

เราก็ให้เพื่อนแตะให้ครับ พอเรายกสุดแตะ ปล่อยลงแตะ ทำวนจนครบเซท แล้วมาดูเวลาครับ ถ้าเวลาสม่ำเสมอ แสดงว่า เราคุมเวลาของเซทได้ดี กล้ามขึ้นแน่นอนครับ


4) โหมด Hiking เอามาประยุกต์ใช้นับอัตราการเต้นหัวใจได้นะครับ เพราะโหมด walking / cycling มันจับการเคลื่อนที่ แต่โหมด Hiking เหมือนมันผสมตัวจับการพุ่งขึ้นไว้ด้วยครับ ผมคิดว่า ไม่แม่นยำนัก แต่ก็พอใช้ได้ครับ ผมก็ลองใช้ดูครับ แล้วรีบจับอัตราการเต้นหัวใจแบบแมนนวลอีกที อืม .. ใกล้เคียงครับ

ก็ เลยเปิดโหมด hiking เอาไว้เฉพาะท่ายากที่ต้องใช้ Heart rate มาคุม เพื่อประเมินตัวเราเองว่า เราทำท่านั้นได้ถูกแค่ไหน แต่หลายท่าก็ใช้ไม่ได้นะครับ

5) โหมดวิ่งนั้นดีมากครับ ให้เปิดใช้ Coaching นะครับแจ่มมาก ๆ และใช้ได้กับเครื่องวิ่งครับ ผมลองจับดูว่ามันใช้ GPS คุมระยะทาง หรือ อะไรกันแน่ ? อันนี้ผมก็ไม่มีคำตอบครับ  แต่พบว่า ถ้าตั้ง Goal แบบ Time กับ Calories จะแม่นยำกว่า Distance ถ้าวิ่งบนลู่วิ่งครับ และรู้สึกไปเองว่า แบบ Calories จะแม่นยำกว่ามาก เพราะมันใช้ BMI คำนวณกับ Heart Rate ครับ แต่ถ้าวิ่งปกติตามสนาม ก็ใช้ได้ทั้ง 2 แบบครับ

6) โหมดนับก้าวเดิน ดีครับ เปิดทิ้งไว้ได้ตลอดเวลาเลย


ข้อเสียหละ มีไหม ?
1) การนับก้าวเดิน / วิ่ง / ปั่นจักรยาน แม่นยำประมาณ 95% ครับ ที่พลาด ก็คือ ไม่นับเลยครับ ต่อให้เดิน / วิ่ง / ปั่น กี่ก้าว ๆ กี่เมตร บทมันจะไม่นับมันก็ไม่นับเอาดื้อ ๆ ครับ มันนิ่งสักพัก แล้วมันก็นับต่อ แล้วนับต่อแบบ 2 แบบครับ คือ ต่อจากที่มันหยุด เช่น 99 ก็ไป 100 หลังจากค้างนิ่งไปสัก 5-10 วินาที กับ ต่อพรวดกระโดดเลย เช่น 99 ก็ไป 189 หน้าตาเฉยครับ

2) การจับอัตราการเต้นของหัวใจใช้แสง ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันแม่นยำหรือไม่ ? ส่วนตัวผมคิดว่า “แค่ระดับหนึ่ง” ครับ เพราะผมเคยใช้แบบที่ต้องใช้สายคาดอก คู่กับ นาฬิกา ตัวจับสัญญาณที่คาดไว้ตรงตำแหน่งของหัวใจเราจะส่งสัญญาณไปที่นาฬิกา ซึ่งผมว่ามันแม่นยำดีมาก ๆ แต่มันก็รำคาญนะครับ คาดทั้งอก คาดทั้งข้อมือ แต่ก็ย่อมดีกว่าแน่นอนครับ

การวัดด้วย Gear Fit จะให้แม่นยำมากขึ้นต้องหันมาด้านในข้อมือครับ ลองดูครับมันจะต่างกันระหว่างด้านนอกข้อมือ กับ ด้านในข้อมือครับ

3) กินแบตครับ , ผมสังเกตเอาเองแบบมีนัยสำคัญ คือ ถ้าตัว Gear Fit อยู่ห่างจาก Note 2 มากเท่าไหร่ นานเท่าไหร่ กินแบตทั้ง 2 มากเท่านั้นครับ ผมทดสอบดูแล้วด้วยกิจกรรมทั้งวันที่ไม่ต่างกัน วันหนึ่งมือถืออยู่ห้องนั่งเล่น และ ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องนอน กินแบตมาก สูบไปประมาณ 36% (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) , กับอีกวันวางมือถือไว้หน้า notebook นี่แหละครับ แบตหมดไป 11% สำหรับ 24 ชั่วโมงนะครับ (ทำงาน 10 ชั่วโมง ตอนนอนก็วางมือถือไว้บนหัวเตียงอีก 8 ชั่วโมง แล้วก็ออกไปธุระ ไปกินข้าวก็พอใส่กางเกงตลอดอีก 2-3 ชั่วโมง ตอนอาบน้ำก็ถอดวางใกล้กัน)

4) ผมแพ้สายนาฬิกาครับ มีอาการคันคะเย่อ ตอนเหงื่อออกเท่านั้นครับ

5) หน้าจอเล็ก ผมเลยไม่เคยอ่านอะไรเลย คือ บอกตรง ๆ ผมแค่ดู icon ส่วนใหญ่เป็นหลักครับ เช่น facebook มา แต่ผมยุ่งก็เอาไว้ก่อน , ถ้า line มามันจะแสดงข้อความเลย ก็อ่านดู ถ้าเป็นลูกค้าก็รีบตอบเลย ไม่ว่าจะยุ่งยังไง (ก็เงินกำลังจะมานี่ใช่มะครับ)

6) หัวต่อชาร์ตไฟบอบบางมาก เพื่อนซื้อมาเผลอเหยียบแตกไปแล้วเรียบร้อยครับ ยังไม่มีอะไหล่ขายเลยครับ T_T ซึ่งหัวต่อนี้ถ้าไม่มีเฉพาะรุ่นของมันก็จบเห่ครับ ชาร์จไม่ได้นะครับ

7) มีแอพให้โหลดเพิ่มแค่ 1 แอพเท่านั้นครับ แต่คงมีเพิ่ม

8) การ sync กับแอพต้องทำใจครับ ผมก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ คือ มัน sync ทันทีในบางวัน มีทั้งแบบ sync หมดเลย กับ sync แค่บางส่วน (เช่น บันทึกการนอนของวันนี้แสดงหน้ารวม แต่พอกดดู Log ว่างเปล่า) กับ รอข้ามไปสามวันแล้วค่อย sync แบบพรวด ๆ มาก็มีครับ ก็งง ๆ ใน 10 วันนี้อยู่เหมือนกันครับ

9) ตัดการเชื่อมต่อ Bluetooth เองทั้งที่มันห่างกันไม่ถึง 30 เซนติเมตร (ในกระเป๋ากางเกง) คือ เวลามันตัด – ต่อ กับ Bluetooth ตัว Gear Fit มันจะสั่นให้เรารู้นะครับ และขึ้นว่า Connected หรือ Disconnected วันนี้นี่เองครับ (21 เมษายน) มันตัดบ่อยมาก โมโหครับ เลย Reset ตัว Gear Fit และลบแอพทั้งปวงออกจาก Note 2 ก็เสียดายครับ Logs หายหมดเลย T_T ตอนนี้ไม่ป่วงแล้วครับ

10) Logs ที่ว่าเก็บไว้บน Cloud ของ Samsung ไม่มานะครับ (อาจต้องรอ) ก็ถ้าไม่มาเลย ก็แสดงว่า ฐานข้อมูลเก็บไว้ในตัวแอพ ถ้ามือถือพัง / หาย ก็จบเห่กันหละครับ แต่ถ้าเก็บไว้บน Cloud ก็รอดูครับว่า มันจะ sync มาไหม (ณ เวลานี้เขียนรีวิวมา 5 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่มานะครับ)


สรุป จะซื้อดีไหม ?
ผมตอบไม่ได้ครับ ขึ้นกับตัวคุณเองครับ เพราะอุปกรณ์แบบนี้ในท้องตลาดมีหลายตัวครับ แต่ที่ผมเลือก Gear Fit เพราะเหตุผลหลัก ๆ
1) ผมใช้ Note 2 อยู่แล้ว
2) ผมอยากได้ฟังก์ชั่น Notifications และ การแจ้งสายเรียกเข้า ซึ่งมันทำโดย Sumsung เอง การใช้ร่วมกันน่าจะสมบูรณ์กว่า ในขณะที่พวกเฉพาะทาง Mio มันขาดพวกนี้ไปครับ
3) มันมีฟังก์ชั่นด้านสุขภาพที่ผมพอใจ คือ ไม่ดีมาก แต่หักลบกลบงบประมาณ 5,900 บาทกับตัวเฉพาะทาง แล้ว Design มันสวยต้องตาผม ใส่แล้วเหมือนกำไลเครื่องประดับเลย


มีตัวเลือกอื่นไหม ?
ถ้าสนใจตัวอื่น ๆ ผมแนะนำตามประสาผมนะครับ คือ Pebble https://getpebble.com/ ผมไม่ชอบ Design ก็เลยไม่เอาครับ และหน้าจอขาวดำด้วย แต่โหลดแอพได้หลากหลาย และไม่ผูกติดกับระบบและแบรนด์ คือ ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ทุกเจ้า (น่าจะนะ) ราคาก็ถูกกว่า Gear Fit อีกด้วยครับ หรือจะเอาแบบหรูหรา ก็หมื่นกว่าบาทก็มีครับ , ก็ลองดูนะครับ

ที่เหลือ ก็ คือ Moto 360 ทรงกลมผมก็ชอบครับ ผลิตโดย Google ในนามของ Moto เองเลย และใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ ชื่อว่า Android Ware ซึ่งออกแบบขึ้นใหม่สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ ค้นหาใน Youtube ได้ครับ คลิปทางการเพียบ สวยด้วยครับ แต่ยังไม่ผลิตเนี่ยะสิ T_T

LG , Garmin ก็ออกมาเหมือนกัน ราคาช่วงนี้หละครับ 4-6 พันบาทลองพิจารณากันดูครับ ผมเขียนรีวิวเอาไว้เพิ่มเติมที่นี่ครับ
http://www.naitam.com/naitam/read.php?id=2349&aid=3&bid=18

 


หมวดหลัก
อินเทอร์เนตและเทคโนโลยี


หมวดย่อย
 
นายแทม นายแทม ดอทคอม ™ 2007 - 2019
อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหา ยกเว้นเพื่อการค้า

 นายแทม ดอทคอม |  นายแทม ดอทคอม
 นายแทม ดอทคอม |  @naitam

โดย ห้างหุ้นส่วนสามัญ นายแทม เว็บดีไซน์
ปณจ. 26 หางดง เชียงใหม่ 50230
052-081830