นายแทม ดอทคอม
 
 วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2557 เวลา 02:14 น.

เทคนิคสร้างความมั่งคั่งด้วยการจัดสรรเงินออม

เรื่องเล่าของนายแทม ›› ทำมาหาเงิน
ผู้เขียน :

คุยกับนายแทม


คำค้น :

เทคนิคสร้างความมั่งคั่งด้วยการจัดสรรเงินออม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนเรายังนิยมเก็บออมเงินในบัญชีเงินฝากเป็นส่วนใหญ่ เพราะให้ความรู้สึกอุ่นใจว่าเงินออมจะไม่สูญหายไปไหน แต่เพราะดอกเบี้ยเงินฝากโดยทั่วไปจะต่ำกว่าเงินเฟ้อ ทำให้การเก็บออมเงินในบัญชีเงินฝากจำนวนมากๆ ส่งผลให้เงินออมของเราด้อยค่าลง

แล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าไม่อยากให้เงินเฟ้อมาทำให้เงินของเราด้อยค่า หรือ ความมั่งคั่งของเราลดลง สามารถทำได้โดยการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ แค่เพียงบางส่วนของเงินออมที่มีทั้งหมดก็สามารถทำให้ความมั่งคั่งโดยรวมของเราเพิ่มขึ้นได้ โดยมีแนวทางมาแนะนำ ดังนี้

จัดสรรสัดส่วนเงินเก็บเพื่อการเติบโตของเงินทุน

การมีเงินตั้งต้นในจำนวนที่มากก็เปรียบเสมือนมีแต้มต่อในการสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองในระดับหนึ่ง โดยมากคนมักจะนำมาเก็บเอาไว้ในเงินฝาก หรือ กองทุนประเภทตราสารหนี้ ซึ่งได้รับผลตอบแทนประมาณ 1 – 3% ต่อปี

หากเก็บเงินจำนวน 2,000,000 บาท เอาไว้ในกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทน 2% ต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี จำนวนเงินจะเพิ่มค่าได้เป็น 2,438,000 บาท แต่จะดีกว่าไหม หากเราสามารถจัดพอร์ตการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่านี้ โดยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้กับพอร์ตลงทุนของเรา ผ่านการลงทุนในกองทุนผสมหุ้นและตราสารหนี้เพื่อความง่ายในการลงทุน
    

จากผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2547 ถึงปลายปี 2556 รวมเวลา 10 ปีเต็ม การผสมการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้อย่างละ 50% จะทำให้พอร์ตการลงทุนนี้ได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยแบบทบต้นที่ 7.43% ต่อปี

หากเริ่มต้นลงทุนในกองทุนผสมที่มีสัดส่วนในหุ้นและตราสารหนี้อย่างละ 50% ด้วยเงินจำนวน 2,000,000 บาท เมื่อต้นปี 2547 ณ ตอนปลายปี 2556 จะมีจำนวนเงินในพอร์ต 4,095,300 บาท แต่ถ้าไม่อยากรับความเสี่ยงมากนัก อาจลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงเหลือ 30% และลงทุนตราสารหนี้เพิ่มเป็น 70% จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยแบบทบต้นที่ 5.76% ต่อปี ซึ่งถ้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีสัดส่วนดังกล่าวเมื่อ 10 ปีก่อน ก็จะได้จำนวนเงินในพอร์ตประมาณ 3,501,400 บาท

อย่างไรก็ตาม การมีหุ้นผสมอยู่ในพอร์ตลงทุนของเรานั้น ในบางช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ก็จะทำให้พอร์ตของเราติดลบไปได้บ้าง เช่น วิกฤตซับไพร์มในปี 2551 พอร์ตที่มีหุ้นผสมอยู่ 30% ขาดทุน -10.78% และพอร์ตที่มีหุ้นผสมอยู่ 50% ก็ขาดทุนได้มากถึง -20.59% ในปีนั้น หากต้องการแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนในหุ้น ก็ต้องสามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนในบางช่วงเวลาได้ด้วย

 

ปรับเปลี่ยนที่เก็บเงินออมเสริมความมั่งคั่ง

การนำเงินออมในแต่ละเดือนมาลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ความมั่งคั่งของเราเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วมาก ถ้าหากเรามีเงินออมในแต่ละเดือนประมาณ 20,000 บาท แล้วนำมาทยอยเก็บออมในเงินฝาก หรือกองทุนรวมตลาดเงินที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 2% ต่อปี เมื่อผ่านไป 10 ปี เราก็จะมีความมั่งคั่ง 2,658,800 บาท

แต่ถ้าหากเราปรับเปลี่ยนวิธีเก็บออมระยะยาวใหม่ เป็นการนำเงินออมในแต่ละเดือนมาเก็บเอาไว้ในกองทุนผสมที่มีหุ้น 30% และส่วนที่เหลือเป็นตราสารหนี้ ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณ 5.76% ต่อปี จากสถิติ 10 ปีที่ผ่านมา เงินที่ทยอยเก็บสะสมเดือนละ 20,000 บาท ตลอดระยะเวลา 10 ปีนั้น คิดเป็นเงินต้น 2,400,000 บาท จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 3,250,800 บาท หรือสร้างผลตอบแทน 850,800 บาท และถ้าเป็นกองทุนผสมที่มีหุ้น 50% และตราสารหนี้ 50% ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยที่ 7.43% ต่อปี จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 3,566,800 บาท โดยจะสร้างผลตอบแทน 1,166,800 บาท

รักษาระดับการลงทุนจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

เมื่อได้นำเงินมาลงทุนในกองทุนผสมที่ให้ผลตอบแทนดีสำหรับการลงทุนระยะยาวแล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญลำดับต่อมาคือ การรักษาวินัยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งเงินก้อนตอนเริ่มต้นลงทุนในปีแรก และเงินออมในแต่ละเดือนที่นำมาลงทุนเพิ่มเติม จะต้องรักษาสถานะการลงทุนเอาไว้ให้ได้ตลอด ไม่หวั่นไหวต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ หรือนำเงินออกไปใช้จ่ายในช่วงสั้นๆ ระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานรวมทั้งผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากนั้น จะช่วยให้เงินทุนเติบโตได้อย่างทวีคูณในระยะยาวตามกฎของอัตราผลตอบแทนทบต้น แม้ว่าในบางช่วงเวลา อาจจะเห็นพอร์ตลงทุนติดลบลงไปบ้าง แต่ก็ต้องไม่ย่อท้อ โดยลงทุนอย่างต่อเนื่องในวิธีการลงทุนที่เราเลือกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนอาจต้องเผื่อเงินสำรองเอาไว้ในกองทุนตลาดเงินหรือเงินฝากด้วย หากเกิดเหตุที่ต้องใช้เงินด่วนขึ้นมา จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนในกองทุนผสมนี้
 
การเลือกสัดส่วนการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ผ่านการลงทุนในกองทุนผสมนั้น เราไม่จำเป็นต้องลงแรงบริหารจัดการมากนัก โดยหลังจากจัดสรรการลงทุนสำหรับเงินก้อนใหญ่ครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว เพียงรอดูอยู่ห่างๆ ให้เงินทำงานในระยะยาว โดยไม่ต้องหวั่นไหวกับผลขาดทุนที่จะได้เผชิญในบางปี ส่วนของเงินออมที่ทยอยลงทุนระยะยาวนั้น เพียงแค่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เดือน ก็เพียงพอแล้ว

“การบริหารเงินให้เงินออมเติบโตได้เร็วขึ้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงเลือกลงทุนให้เหมาะสม และรักษาวินัยการเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ ก็เพียงพอแล้ว” – K-Expert Advice

ผู้เขียน : วรินทร์ สุรพลชัย, AFPT
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
เนื้อหาคัดลอกจาก : http://k-expert.askkbank.com


หมวดหลัก
สรรสาระชีวิต


หมวดย่อย
 
นายแทม นายแทม ดอทคอม ™ 2007 - 2020
อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหา ยกเว้นเพื่อการค้า

 นายแทม ดอทคอม |  นายแทม ดอทคอม
 นายแทม ดอทคอม |  @naitam

โดย ห้างหุ้นส่วนสามัญ นายแทม เว็บดีไซน์
ปณจ. 26 หางดง เชียงใหม่ 50230
052-081830